ซีพีเอฟ  ขับเคลื่อนนโยบายลดปริมาณการสูญเสียอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า เดินหน้าการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน   

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน พัฒนากระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า ลดปริมาณการสูญเสียอาหารและส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน  (Circular Economy) นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัยหนุนประสิทธิภาพการผลิต  ตอบโจทย์การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDGs    

            นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ประธานคณะทำงานด้านการสูญเสียอาหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า       ซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร จึงมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยบริษัท          ได้ประกาศนโยบายด้านการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss & Food Waste Policy) เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action  ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหารในห่วงโซ่คุณค่า  ลดปริมาณอาหารส่วนเกินและขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เป็นศูนย์ ในปี 2030 (พ.ศ. 2573) โดยเริ่มต้นดำเนินการในกิจการประเทศไทย สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) เรื่องการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน  (ข้อ 12.3)

          “การสูญเสียอาหารและขยะอาหาร เป็นปัญหาเร่งด่วนที่มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และการลดการสูญเสียอาหารยังสามารถช่วยแก้ปัญหาความอดอยากและขาดแคลนอาหารทั่วโลกได้  ซึ่งสอดรับกับเป้าหมาย SDGs ทั้งในเรื่องการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน” นายไพโรจน์ กล่าว 

          นางสาวกุหลาบ กิมศรี  รองกรรมการผู้จัดการ สำนักระบบมาตรฐานสากล  กล่าวว่า หน่วยธุรกิจต่างๆ ได้ร่วมมือผลักดันการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss)  ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้   อาทิ โครงการระบบลำเลียงไข่อัจฉริยะ นำระบบอัตโนมัติเข้ามาควบคุมการลำเลียงไข่ เพื่อลดความเสียหายจากการลำเลียงไข่จากฟาร์มไปสู่โรงคัดไข่ และความเสียหายที่เกิดจากกระบวนการคัดไข่  การนำอาหารสูญเสียมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การนำเครื่องในไก่  ขนสัตว์ปีก และไข่ไก่ที่เสียหายในระหว่างการผลิต แปรรูปเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์  ช่วยลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตได้เฉลี่ย  120,000  ตันต่อปี และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการกำจัดของเสียได้มากกว่า 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี   

นอกจากนี้ บริษัทฯ ลงทุนสร้างระบบบำบัดน้ำทิ้งที่เป็นระบบปิดของโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ฟาร์ม และโรงคัดไข่ เช่น  เลือดไก่  ไขมันไก่  และไข่เสียหาย เพื่อนำอินทรียวัตถุที่เจือปนในน้ำทิ้งไปผลิตเป็นพลังงานชีวภาพเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 14,000  ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้  231,000 ต้น ในช่วงระยะเวลา  10 ปี  เป็นต้น รวมทั้งยังช่วยลดการบำบัดของเสียที่ต้องการกำจัดอีกด้วย

          นางสาวกุหลาบ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ซีพีเอฟ  ได้เริ่มศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำแผนการเก็บรวบรวมข้อมูลการสูญเสียอาหาร ตามแนวทางการเก็บข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มาตั้งแต่ปี 2020  เพื่อประเมินการสูญเสียอาหารและหามาตรการลดการสูญเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า  มีโครงการนำร่องในผลิตภัณฑ์เนื้อไก่และไข่ไก่ และในปี 2021 ได้เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณการสูญเสียอาหารของผลิตภัณฑ์เนื้อไก่และไข่ไก่ ในแต่ละกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของซีพีเอฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาจุดวิกฤตของการสูญเสียอาหาร นำไปสู่การจัดทำโครงการเพื่อป้องกันและลดการสูญเสียอาหารให้น้อยลง 

          “บริษัทฯ ติดตามและเก็บข้อมูลปริมาณการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิต  ซึ่งปัจจุบัน  ดำเนินการและเก็บข้อมูลครอบคลุมฟาร์มไก่เนื้อ ฟาร์มไก่ไข่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ และโรงคัดและบรรจุไข่ ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว การขนส่ง การผลิต และการจัดเก็บตามแนวทางขององค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง (ตั้งแต่ปี 2560-2564) ในขณะเดียวกัน ปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารที่นำไปใช้ประโยชน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นจากการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้” นางสาวกุหลาบ กล่าว

          อย่างไรก็ตามซีพีเอฟ เสริมสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการจัดการขยะอาหาร และบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ซี่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทั้งต่อบุคลากรภายในองค์กรและผู้บริโภค.

                                      ———————————————

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published.